รู้หรือไม่ ขยะในทะเลอันดามันของไทย ใหญ่กว่ายอดดอยอินทนนท์ 91 เท่า
SDG 12 & 14
ทะเลไม่ได้เป็นถังขยะของเรา ขวดพลาสติก ถุง ขวดน้ำ อุปกรณ์ประมง และขยะจากกิจกรรมต่าง ๆ สามารถไหลจากชุมชนลงสู่แม่น้ำและทะเล กลายเป็นมลพิษที่กระทบทั้งสัตว์ทะเล ระบบนิเวศ และมนุษย์
ขยะไทยสูงกว่าดอยอินทนนท์ แล้วเราจะปล่อยให้อนาคตสูงแค่ไหน? ทะเลไทยกำลังกลายเป็นที่ทิ้งขยะของเรา ขยะทะเลไทยสูงถึง 2,230 เมตร/ปี มากกว่าความสูงของดอยอินทนนท์ 2,195 เมตร ลองดูขวดหนึ่งใบหรือถุงหนึ่งใบอาจดูเล็ก แต่เมื่อทั้งประเทศทำซ้ำทุกวัน สิ่งเล็ก ๆ ก็กลายเป็น “ภูเขาขยะ” ได้ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องขยะ แต่เชื่อมโยงกับ SDG 12 การบริโภคอย่างรับผิดชอบ และ SDG 14 การอนุรักษ์มหาสมุทร
ปัญหานี้ไม่ได้จบแค่ที่ทะเล มันโยงกับ SDG 12 เรื่องการบริโภคอย่างรับผิดชอบ และ SDG 14 เรื่องการอนุรักษ์ทะเลด้วย เพราะขยะที่เราเห็นลอยอยู่ในทะเล จริง ๆ แล้วมันเริ่มจากพฤติกรรมการใช้ของเราทุกคนตั้งแต่ต้นทาง
แต่ถึงเราจะช่วยกันเก็บขยะออกจากทะเลได้มากแค่ไหน ถ้าคนที่สร้างขยะยังไม่เปลี่ยน เราก็แค่เก็บปัญหาเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ ไม่จบสักที ต้นตอจริง ๆ ของเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ทะเล แต่อยู่ที่ “คน” นี่แหละคือเหตุผลที่ SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ สำคัญมาก เพราะการศึกษาที่ดีต้องไม่ใช่แค่สอนให้เด็กสอบผ่าน แต่ต้องสอนให้รู้ว่า สิ่งที่เราทิ้งวันนี้ กำลังกลายเป็นโลกที่เราต้องอยู่ต่อในวันพรุ่งนี้ เพราะสุดท้ายแล้ว การศึกษาที่ดีจะนำไปสู่การเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนความคิดก็นำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรม และเปลี่ยนพฤติกรรมนี่แหละที่จะเปลี่ยนทะเลได้จริง ๆ
SDG 4
นี่คือจุดที่ SDG เป้าหมายที่ 4 หรือการศึกษาที่มีคุณภาพ เข้ามามีบทบาทสำคัญ เรามักพูดถึงความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมราวกับว่าเป็นความล้มเหลวของนโยบายหรืออุตสาหกรรม แต่ในหลายครั้ง รากเหง้าที่แท้จริงคือความล้มเหลวทางการศึกษา ไม่มีใครนำภาพภูเขาขยะขนาดมหึมามาแสดงให้ชุมชนประมง โรงงาน หรือวัยรุ่นที่ซื้อน้ำขวดพลาสติกได้เห็น ขนาดของปัญหาจึงยังคงเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น จนกว่าจะมีใครนำมันมาแปลงเป็นตัวเลข และแม้จะมีตัวเลขแล้ว มันก็ยังคงเป็นเรื่องนามธรรม เว้นแต่การศึกษาจะทำให้มันกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่เพราะไม่เคยมีใครเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ ให้ชัดเจนพอที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขาได้

นั่นคือช่องว่างที่ SDG เป้าหมายที่ 4 ต้องการเติมเต็ม ไม่ใช่เพียงอัตราการรู้หนังสือหรืออัตราการจบการศึกษา แต่คือการศึกษาที่ทำให้วิกฤตที่มองไม่เห็นกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้าได้ ตัวเลขอย่าง “91 เท่าของดอยอินทนนท์” เป็นที่น่าจดจำ เพราะมันมีภาพและมีความเป็นท้องถิ่น นั่นคือสิ่งที่การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมต้องการมากขึ้น ไม่ใช่ข้อมูลที่มากขึ้น แต่เป็นข้อมูลที่ชัดเจนพอจะนำไปสู่การลงมือทำ
เมื่อเดินออกจากงานประชุม เราคิดถึงว่ามีคนในวัยเดียวกับที่เราเพียงไม่กี่คนที่เคยเห็นตัวเลขแบบนี้ และพฤติกรรมของพวกเราอาจแตกต่างไปมากเพียงใดหากเคยได้เห็น หากเป้าหมายคือการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มองความยั่งยืนเป็นสัญชาตญาณ ไม่ใช่ภาระ จุดเริ่มต้นต้องอยู่ในห้องเรียน ก่อนที่ปัญหาจะไปถึงท้องทะเล
Contributors
- Team: The Aura
- Pannitada Witchapin, GED
- Kornrarit Suviriyakulchai, Learn Satit Pattana School
- Pannawit Ngamvinijsakul, Assumption Samutprakarn School