ในปัจจุบัน โลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาทางสิ่งแวดล้อมหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ปัญหาขยะ รวมไปถึงการที่พื้นที่สีเขียวลดลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากจะส่งผลต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ แล้ว ยังส่งผลต่อมนุษย์อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ ทางผู้เขียนจึงได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน GCNT EXPO 2025 ซึ่งจัดโดย UN Global Compact Network Thailand
งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นงานนิทรรศการทั่วไปเท่านั้น แต่เป็นงานที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยนับว่าเป็นเวทีระดับประเทศที่เปิดกว้างให้ทั้งภาคธุรกิจและคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันในการร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงโลกให้ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นผ่านเป้าหมายทั้ง 17 เป้าหมาย นั่นคือ SDGs หรือ Sustainable Development Goals ซึ่งทางผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านทุกท่านลองคิดตามว่า
“ อีก 5 ปี โลกของเราจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ” หากพวกเราสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งหมดได้
โดยภายในงานประกอบไปด้วยบูธต่าง ๆ มากมาย ที่มีความเกี่ยวข้องและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย SDGs ให้สำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น บูธของ ThaiBev ที่นำเสนอถึงการนำขยะพลาสติกจากเกาะในประเทศไทย ได้แก่ ขวดนํ้าพลาสติก PET กลับมารีไซเคิลใหม่ เพื่อนำไปผลิตเป็นผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก กว่า 200,000 ผืนต่อปี ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่ 12 (Responsible Consumption and Production) หรือบูธของ BJC โดย Big C ที่ชูในเรื่องของโครงการ DiverCity ที่มุ่งส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความหลากหลายทางเพศ อายุ ศาสนา รวมไปจนถึงความเชื่อ ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่ 5 (Gender Equality) ซึ่งทั้งหมดนี้ทางผู้เขียนมีความรู้สึกประทับใจและเห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคธุรกิจ ภาคประชาคม และองค์กรระดับโลก เป็นอย่างมาก ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม และการนำไปใช้จริงในระดับองค์กรและชุมชน
คราวนี้ทางผู้เขียนจะพูดถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน นั่นคือ การบรรยายของเหล่าผู้มีชื่อเสียงและมีความรู้จากหลากหลายองค์กร ยกตัวอย่างเช่น ดีเจพี่อ้อยกับประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของเอไอเอ ที่มาพูดถึงเรื่อง Mental Ecosystem เป็นการสร้างระบบนิเวศทางใจรับมือกับความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลง หรืออีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองตอนนี้คือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate change) อันเกิดจากการปล่อยคาร์บอน ซึ่งในส่วนนี้พวกเราก็ได้มีโอกาสฟังมุมมองของผู้อำนวยการจากองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง หรือบริษัทซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการแก้ไขปัญหานี้ โดยการใช้ AI เข้ามามีส่วนช่วยในการลดคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญและน่าสนใจมาก ๆ ในงานนี้ คือ ทางผู้เขียนและทีมงานได้มีโอกาสในการสัมภาษณ์สอบถามความคิดเห็นจากเหล่าผู้มีความรู้และมีชื่อเสียงที่มาบรรยายในงาน ในคำถามที่ว่า
“ หากในอีก 5 ปีข้างหน้า พวกเราสามารถบรรลุทั้ง 17 เป้าหมายได้ คุณคิดว่าโลกของเราจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ”
“ พี่ว่าพวกเราอาจจะหายใจได้เต็มปอดมากขึ้น เราอาจจะทะเลาะกันน้อยลง เราอาจไม่ทำให้โซเชียลทำร้ายกันมากขนาดนี้ พี่อยากเห็นวันที่เราไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการทำร้ายซึ่งกันและกัน ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับสิ่งแวดล้อมแล้วสิ่งแวดล้อมทำร้ายเรากลับ ” ดีเจพี่อ้อย นภาพร กล่าว
“ พี่คิดว่าคงมีโอกาสน้อยมาก ๆ แต่ถ้าเราทำได้ มันมีโอกาสที่เราจะไปต่อได้กับดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งไม่ได้รวมแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม ยังรวมเรื่องสงคราม ความเท่าเทียม สิทธิเสรีภาพ สิ่งเหล่านี้คือการสร้างสังคมที่ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ ” คุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล กล่าว
สุดท้ายนี้ ทางผู้เขียนเชื่ออย่างยิ่งว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่เป้าหมายทั้ง 17 เป้าหมาย แต่ยังรวมถึงการร่วมมือกันลงมือทำอย่างต่อเนื่อง และการสื่อสารเพื่อให้ทุกคนทราบถึงปัญหาทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังนั้น ทางผู้เขียนจึงรู้สึกขอบคุณและปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งสำหรับโอกาสในการได้เข้าร่วมงาน GCNT EXPO 2025 ซึ่งเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ สื่อสาร และการเปลี่ยนแปลงโลกให้ยั่งยืน ที่ได้จัดกิจกรรมที่มีประโยชน์และมอบโอกาสให้กับเยาวชนอย่างผู้เขียนในการเรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญของ SDGs ในงานนี้ ขอขอบพระคุณอย่างสุดซึ้งมา ณ ที่นี้ ครับ
มาจนถึงตอนนี้ทุกคนก็คงน่าจะตอบคำถามกันได้แล้วว่า
“ อีก 5 ปี โลกของเราจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ”
หากพวกเราสามารถบรรลุ 17 เป้าหมายทั้งหมดได้
ผลงานของ SDGs Young Creator จากทีมชาบูหม่าล่า