ในอีก 100 ปีข้างหน้า คาดว่าอุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นราว 4.5°C จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดย CO2 คิดเป็น 63% และมีเทน 27% สำหรับประเทศไทย อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1°C ใน 40 ปี หากอุณหภูมิเพิ่ม 2-4°C จะทำให้พายุไต้ฝุ่นรุนแรงและถี่ขึ้น 10-20% ฤดูร้อนยาวนานขึ้นและฤดูหนาวสั้นลง
สาเหตุของภาวะโลกร้อน
-การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับการบันทึกไว้อย่างกว้างขวางในแหล่งต่าง ๆ
-ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ส่งผลให้ทรัพยากรมีความกดดันเพิ่มมากขึ้น
-การทำลายระบบนิเวศบนบกส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง
-การตัดไม้ทำลายป่าซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดูดซับ CO2 ของต้นไม้
-การทำลายระบบนิเวศทางทะเลซึ่งทำให้สถานการณ์โลกร้อนรุนแรงยิ่งขึ้นผลกระทบ
ผลกระทบด้านนิเวศวิทยา
-แถบขั้วโลกได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะภูเขาน้ำแข็ง ก้อนน้ำแข็งจะละลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำทะเลขั้วโลกเพิ่มสูงขึ้นและไหลลงสู่มหาสมุทรทั่วโลก ทำให้เกิดน้ำท่วม นอกจากนี้ยังทำให้สัตว์ทะเลเสียชีวิตจากระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลง
-ในทวีปยุโรป ภูมิประเทศจะกลายเป็นพื้นที่ลาดเอียงและหลายพื้นที่เกิดปัญหาอุทกภัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากธารน้ำแข็งบริเวณยอดเขาสูงจะละลายจนหมด -ในทวีปเอเชีย อุณหภูมิจะสูงขึ้น เกิดฤดูกาลที่แห้งแล้ง มีน้ำท่วม ผลิตผลทางอาหารลดลง ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น สภาวะอากาศแปรปรวน และทำลายบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
-ธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญจะสูญเสียรายได้มหาศาลจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
-ทะเลทราย 12 แห่งทั่วโลก กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่เรื่องความแห้งแล้งจากโลกร้อน -ธารน้ำแข็งซึ่งส่งน้ำมาหล่อเลี้ยงทะเลทรายในอเมริกาใต้กำลังละลายและน้ำใต้ดินเค็มขึ้น -หากไม่มีการป้องกันอย่างทันท่วงที ระบบนิเวศวิทยาและสัตว์ป่าในทะเลทรายจะสูญหายไป -ในอนาคต ประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตทะเลทรายทั่วโลกจะอยู่ไม่ได้ เพราะอุณหภูมิสูงขึ้นและน้ำถูกใช้จนหมดหรือเค็มจนดื่มไม่ได้ ทำให้น้ำดื่มกลายเป็นสิ่งที่มีราคาแพง
ผลกระทบด้านสุขภาพ
-ภาวะโลกร้อนทำให้เชื้อโรคและศัตรูพืชเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในสภาพร้อนชื้น ส่งผลให้โรคอย่างมาลาเรีย ไข้ส่า อหิวาตกโรค และอาหารเป็นพิษเพิ่มขึ้น
-คาดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า การติดเชื้อจะมากขึ้น
-ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากผลกระทบโลกร้อนราว 160,000 คนต่อปี และอาจเพิ่มเกือบเท่าตัวใน 17 ปี
-เด็กในประเทศกำลังพัฒนา เช่น แอฟริกา ละตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความเสี่ยงสูงต่อโรคท้องร่วง มาลาเรีย และปัญหาสุขอนามัยจากอุณหภูมิสูง น้ำท่วม และภัยแล้ง
การปรับตัว
-แนวทางการปรับตัวเมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่สามารถใช้ได้ในหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
ภาคการเกษตร
-การพัฒนาและเลือกใช้พันธุ์พืชหรือพันธุ์สัตว์ที่ทนทานต่อสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม
-การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบชลประทาน
-การทำการเกษตรที่เท่าทันสภาพภูมิอากาศ
ภาคท่องเที่ยว
-โครงสร้างทางกายภาพที่ช่วยป้องกันแหล่งท่องเที่ยวจากน้ำท่วมหรือลมพายุ
ภาคสาธารณสุข
-สถานพยาบาลที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ห้องหรือตึกปลอดภัยสำหรับรองรับและให้บริการผู้ป่วยเมื่อเกิดภัยพิบัติ
-ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยการแพร่ระบาดของโรคที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ภาคอุตสาหกรรม
-โครงสร้างเชิงกายภาพที่ป้องกันโรงงานอุตสาหกรรมจากสภาวะสุดขั้วของลมฟ้าอากาศ
-ระบบสำรองน้ำและระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
-การพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมืองและการป้องกันดิน
ผลงานของ SDGs Young Creator จากทีมเลิกกั๊กแล้วรักโลกก่อนนะเตง